
PO ออกแล้วต้องติดตามอะไรบ้าง?
ขั้นตอนสำคัญของงานจัดซื้อก่อสร้าง ตั้งแต่สั่งซื้อจนของถึงหน้างาน 🏗️
หลายคนเข้าใจว่า เมื่อฝ่ายจัดซื้อออก PO (Purchase Order) และส่งให้ Supplier แล้ว งานจัดซื้อก็จบลง
แต่สำหรับงานก่อสร้าง…
PO ออก = งานเพิ่งเข้าสู่ช่วงที่ต้อง “ติดตาม” อย่างจริงจัง
เพราะต่อให้สั่งซื้อถูกต้อง หากของมาถึงหน้างานไม่ทันเวลา ผิดสเปก หรือส่งไม่ครบ ก็สามารถกระทบแผนงานและต้นทุนของโครงการได้
มาดูกันว่า หลังออก PO แล้ว ฝ่ายจัดซื้อควรติดตามอะไรบ้าง
01 | Supplier รับ PO แล้วหรือยัง?
หลังส่ง PO สิ่งแรกที่ต้องเช็กคือ
Supplier ได้รับและยืนยัน PO แล้วหรือยัง?
ไม่ควรส่งเอกสารแล้วรออย่างเดียว เพราะบางครั้งอาจเกิดปัญหา เช่น
Supplier ไม่ได้รับเอกสาร
อีเมลตกหล่น
ผู้รับผิดชอบไม่อยู่
ราคาหรือรายละเอียดใน PO ไม่ตรงกับที่ตกลงกัน
จึงควรให้ Supplier ยืนยันการรับ PO และยืนยันรายละเอียดการสั่งซื้อกลับมา
02 | เช็กกำหนดส่งของให้ชัดเจน
หลังจาก Supplier ยืนยัน PO แล้ว ต้องถามต่อว่า
“ของพร้อมส่งวันไหน?”
ควรระบุวันที่ให้ชัดเจน ไม่ควรใช้เพียงคำว่า
❌ ส่งประมาณสัปดาห์หน้า
❌ น่าจะได้เร็ว ๆ นี้
❌ เดี๋ยวแจ้งอีกที
เพราะสำหรับหน้างาน วันที่ส่งของมีผลต่อการวางแผนงานโดยตรง
ควรได้ข้อมูลที่ชัดเจน เช่น
ผลิตเสร็จวันที่ 10 → นัดส่งวันที่ 12 → ของเข้าหน้างานวันที่ 12
03 | ตรวจสอบ Lead Time อีกครั้ง
โดยเฉพาะวัสดุที่เป็นงานสั่งผลิตหรือสินค้าที่ไม่มีสต็อก
ฝ่ายจัดซื้อควรติดตามว่า Supplier อยู่ในขั้นตอนไหนแล้ว
รับออเดอร์ → สั่งผลิต → ผลิตเสร็จ → ตรวจสินค้า → เตรียมส่ง → จัดส่ง
หากพบว่างานผลิตล่าช้า ควรรีบแจ้งผู้เกี่ยวข้องทันที
อย่ารอจนถึงวันที่ต้องใช้ของแล้วค่อยถามว่า
“ของถึงไหนแล้วคะ?”
04 | ก่อนส่งของ ต้องเช็กอะไร?
ก่อนให้ Supplier นำของเข้าหน้างาน ควรยืนยันข้อมูลอีกครั้ง เช่น
📌 จำนวนสินค้า
📌 รุ่น / ขนาด / สี
📌 สเปก
📌 สถานที่จัดส่ง
📌 วันที่และเวลาส่ง
📌 ชื่อผู้รับของ
📌 ช่องทางติดต่อหน้างาน
📌 เงื่อนไขการขนส่ง
โดยเฉพาะงานก่อสร้างที่มีหลายโครงการ
ต้องระวังเรื่อง “ส่งผิดไซต์”
เพราะถ้าของไปผิดโครงการ นอกจากเสียเวลาแล้ว ยังอาจมีค่าขนส่งเพิ่มเติมอีกด้วย
05 | ประสานหน้างานก่อนของเข้า
การส่งของไม่ได้มีแค่ Supplier กับฝ่ายจัดซื้อ
แต่ต้องประสานกับ หน้างาน ด้วย
ควรแจ้งหน้างานล่วงหน้าว่า
“Supplier จะนำวัสดุเข้าวันที่… เวลา… จำนวน… รายการ…”
เพื่อให้หน้างานเตรียมพื้นที่รับของ คนลงของ หรืออุปกรณ์ที่จำเป็นไว้ล่วงหน้า
เพราะบางวัสดุมีขนาดใหญ่หรือมีน้ำหนักมาก หากไม่มีคนรับหรือไม่มีพื้นที่จัดเก็บ อาจเกิดปัญหาทันทีเมื่อรถมาถึง
06 | ติดตามสถานะในวันจัดส่ง
ถึงวันส่งของแล้ว อย่าคิดว่า “Supplier ส่งแล้ว = จบ”
ควรติดตามสถานะว่า
รถออกหรือยัง → อยู่ระหว่างเดินทาง → ถึงหน้างานหรือยัง → รับของเรียบร้อยหรือไม่
สำหรับวัสดุที่สำคัญต่อแผนงาน อาจต้องติดตามแบบ Real-time โดยเฉพาะหากมีการนัดส่งช่วงเวลาที่จำกัด
07 | ของถึงแล้ว ต้องตรวจรับ
เมื่อของถึงหน้างาน ต้องตรวจสอบว่า
ของที่มาถึง = ของที่สั่ง
หรือไม่
เช็กอย่างน้อย 4 เรื่อง
จำนวน
ส่งครบหรือไม่?
สเปก
ตรงตาม PO หรือไม่?
สภาพสินค้า
มีแตก หัก ชำรุด หรือเสียหายหรือไม่?
เอกสาร
ใบส่งของและเอกสารที่เกี่ยวข้องครบหรือไม่?
หากพบปัญหา ควรบันทึกและแจ้ง Supplier ทันที เพื่อให้แก้ไขได้เร็วที่สุด
🔄 สรุป Flow หลังออก PO
PO ออก
↓
Supplier ยืนยัน PO
↓
ยืนยันราคา / สเปก / จำนวน
↓
ยืนยัน Lead Time
↓
ติดตามสถานะการผลิต / เตรียมสินค้า
↓
นัดวันและเวลาจัดส่ง
↓
ประสานหน้างาน
↓
ติดตามรถ / การจัดส่ง
↓
ของถึงหน้างาน
↓
ตรวจรับสินค้า
↓
เอกสารครบ
↓
✅ ปิดงานจัดซื้อรายการนั้น
💡 เทคนิคเล็ก ๆ สำหรับคนจัดซื้อ
อย่ารอให้ถึงกำหนดส่งแล้วค่อยตาม
ถ้าวัสดุสำคัญมาก ควรมี PO Tracking สำหรับติดตามสถานะ
เพียงแค่มีตารางติดตามที่อัปเดตอยู่เสมอ ก็ช่วยให้ฝ่ายจัดซื้อเห็นล่วงหน้าว่า
รายการไหนกำลังจะถึงกำหนด
รายการไหนเสี่ยงล่าช้า
และรายการไหนต้องรีบประสานงาน
เพราะสุดท้ายแล้ว…
“หน้าที่ของจัดซื้อไม่ได้จบตอนออก PO แต่จบเมื่อของถูกต้อง ถึงหน้างาน และพร้อมใช้งานตามแผน” 🏗️
Leave a Reply